ยาย้อมผมที่วางขายตามท้องตลาดกับยาย้อมผมที่ร้านเสริมสวยต่างกันตรงไหนนะ?

ยาย้อมผมที่วางขายตามท้องตลาดกับยาย้อมผมที่ร้านเสริมสวยต่างกันนะ

สาว ๆ อย่างเราคงจะเคยคิดอยากเปลี่ยนสีผมตามใจตัวเองสนุก ๆ กันมาบ้างใช่มั้ยละคะ นี่แหละที่เค้าเรียกว่า “การทำสีผม” การทำสีผมสามารถทำได้ทั้งที่ร้านเสริมสวยและที่บ้านด้วยการซื้อน้ำยามาย้อมสีเอง ทุกวันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ทำสีผมออกมามากมายหลายแบบและหลายคนก็เลือกที่จะทำสีผมเอง แต่เคยสงสัยกันมั้ยคะว่ายาย้อมผมที่ใช้ที่ร้านเสริมสวยมันต่างจากยาย้อมผมที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาดหรือเปล่า?

การทำสีและฟอกสีผมด้วยกรดและอัลคาไลน์

ก่อนอื่นขออธิบายหลักการทำสีผมอย่างง่าย ๆ ก่อนนะคะ เส้นผมของเราจะมีสีที่เป็นสีพื้นเดิมอยู่ อย่างสีผมของคนไทยเราเนี่ยถึงจะมีความเข้มสว่างต่างกันบ้างแต่โดยมากก็มักจะเป็นผมสีดำ เมื่อเราต้องการเปลี่ยนสีผมจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะต้องล้างสีผมเดิมออกไปก่อนรอบนึง หรือที่เรียกว่าการฟอกสีผม (bleach) นั่นเอง จากนั้นจึงเติมสีเข้าไปในผมที่ฟอกสีแล้ว

คนที่เคยทำสีผมเองน่าทราบว่ายาย้อมผมมี 2 ประเภท แบ่งเป็นยาตัวที่ 1 และตัวที่ 2 (นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่รวมยาทั้งสองประเภทให้ออกมาพร้อมกันโดยการกดหัวปั๊มครั้งเดียวด้วย) ยาตัวที่ 1 มีส่วนประกอบของอัลคาไลน์และสีย้อมผมที่จะทำหน้าที่เปิดคิวติเคิลที่เคลือบอยู่บนเส้นผมออกเพื่อให้สีย้อมผมซึมเข้าไปข้างในเส้นผมได้ ส่วนยาตัวที่ 2 มีส่วนประกอบของสารที่ทำให้เกิดการออกซิเดชันที่จะย่อยสลายและเปลี่ยนสีเมลานินในเส้นผม นอกจากนี้ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างสีย้อมผมในยาตัวที่ 1 และสารที่ทำให้เกิดการออกซิเดชันซึ่งทำให้สีผมเปลี่ยนนั่นเอง 

ถึงรูปแบบการทำงานของน้ำยาจะเหมือนกันแต่ว่า…

ไม่ว่าจะย้อมผมที่ร้านหรือย้อมผมเองรูปแบบการทำงานของยาย้อมผมก็ไม่ต่างกัน ความแตกต่างอยู่ที่ส่วนประกอบกับความเข้มข้นของยาที่ใช้ค่ะ ถ้าไปทำสีผมที่ร้านเสริมสวย ระหว่างทำถึงแม้ว่าจะได้กลิ่นน้ำยาแรงจนปวดหัว แต่แท้จริงแล้สเจ้ากลิ่นนี้คือกลิ่นของแอมโมเนียที่ใช้ในตัวยาที่มีส่วนผสมของอัลคาไลน์ แอมโมเนียมีคุณสมบัติระเหยกลายเป็นไอได้ง่ายทำให้เหลือตกค้างบนเส้นผมน้อยจึงไม่ทำให้ผมเสียมาก ในขณะที่ยาย้อมผมที่วางขายตามท้องตลาดมักโฆฆณาว่าไม่มีกลิ่นเหม็นเพราะว่าใช้น้ำยาอัลคาไลน์ตัวอื่น (เช่น เอทธาโนลามีน) แทนแอมโมเนียซึ่งส่งผลเสียต่อเส้นผมมากกว่า

นอกจากนี้เรายังไม่สามารถปรับระดับการผสมยาย้อมผมแบบที่วางขายทั่วไปได้ ทำให้ต้องลงสีด้วยยาเดียวกันหมดทั้งศีรษะ และเมื่อเราย้อมผมซ้ำอีกรอบก็ต้องลงสีด้วยน้ำยาที่ระดับความเข้มข้นเท่าเดิม ทั้งที่ความจริงแล้วผมที่ย้อมสีติดได้ง่ายหรือผมที่เคยทำสีมาได้ไม่นานมากไม่ได้จำเป็นต้องใช้น้ำยาที่แรงขนาดนั้นเลย โดยเฉพาะผมที่ผ่านการฟอกสีมามาก ๆ ที่จะยิ่งได้รับผลกระทบหนัก ดังนั้นเราจึงควรเลือกใช้น้ำยาย้อมผมให้เหมาะกับผมส่วนต่าง ๆ บนศีรษะและสภาพผมของเราดีกว่า ซึ่งถ้าไปทำสีที่ร้านทำผม ช่างทำผมที่มีความชำนาญก็จะเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้เราเลย ตรงนี้แหละค่ะคือจุดที่ทำให้ย้อมผมทั้งสองแบบแตกต่างกัน

ที่มา: atama-bijin

Related TIPS

  1. พลิกลุคจากสาวผมยาวมาเป็นผมสั้น…

  2. “พลังโซดา” ชะล้างส…

  3. เคล็ดลับของทรงผมที่จะช่วยให้หน…